วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

หนี้สองล้าน มัวเล่นเล็กได้ไง ต้องจัดใหญ่ เท่านั้น



การเตรียมขยายงาน คือการต้องลงทุน คือสร้างหนี้ก้อนโต
คือ รถซื้อเพิ่มอีกคัน กับ ทำบ้าน ให้เป็นที่รับซื้อกล้วย+กับรถอีกสองคันที่ยังผ่อนอยู่
ก็คาดว่า จะเป็นหนี้ เกือบ สองล้านแน่ๆ
.
หวังทางค้าขายเป็นหลัก
แต่ต้องมีทางสำรองคือเกษตร เผื่อทางใดทางนึงมีปัญหา จะได้ไม่ล่ม
.
รับรองว่า ไอ้โลละ3-5บาท มองข้ามไปได้เลย ไม่มีทางใช้หนี้ได้แน่
.
สายตาจับจ้อง ดาวอินคากับยอ +มะรุม มาตลอด เพราะง่ายที่สุด ไม่ใช้ยาหรือเคมี มะพร้าว บ้านนอกยังขายได้ ปลูกไว้ยามแก่ กล้วยน้ำว้า เป็นรายได้รายวัน ค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน
.
สมุนไพร ใต้ต้นไม้อื่นๆ เป็นค่าน้ำค่าไฟ
.
ส่วนที่ใช้ปลดหนี้คือ ยอ กับ ดาวอินคาเป็นหลัก เพราะปลูกง่าย ไม่ต้องใส่ใจมาก
.
นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้ การปรับสวนเพื้อให้เป็นไปในแนวทางนี้ คงจะเริ่มปฏิบัติการนับต่อจากนี้ไป
.
#ส่วนใครที่สนใจจะเดินไปด้วยกันก็ลองมาคุยกันเวลาขายจะได้รวมกันขายได้
#ช่วยกันคิดช่วยกันทำคือจุดประสงค์ของงานนี้


วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ถ้าคิดจะปลูกสมุนไพร ขอแนะนำดังนี้

ก็เอาจากที่ลุง คุยๆกันไว้ในกลุ่ม สมุนไพรนะ

1.ยอตากแห้ง ขายได้ทั้งปี ถ้ามีปริมาณมากพอ สัก 1000 ต้น ต้องคิดถึงเรื่องเครื่องหั่นและตากด้วยนะ เพราะมันคือเครื่องมือการแปรรูป
.
2.ถั่วดาวอินคา ถ้ามีทุนซื้อเสา เรื่องตลาดผ่านตลอด ถ้าไม่มีทุน ให้ผ่านไปก่อน
.
3.หญ้าปักกิง 0.5-1 ไร่ ขึ้นไป มีโอกาส ทำตลาดได้ง่าย
.
4.หญ้าหวาน 0.5-1 ไร่ ขึ้นไป
.
5.กระเจี๊บแดง เก็บรอราคาได้
.
6.มะรุมตากแห้ง ขายได้ตลอด เก็บรอราคาได้
.
เหล่านี้คือ บางสว่นที่ปริมาณการซื้อขาย อยู่ใน ปริมาณมาก ระกับ เป็นตันๆ ขึ้นไป
.
ก็จะมีสมุนไพรอีกสว่นนึง ที่การซื้อขาย จะเป็นลักษณะ ขายตรงผู้บริโภค
คือ ขายได้ทีละ 1-5-10 โล
.
แต่ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคา พวก เครื่องแกง ราคามันถูก แต่มันก็อยู่ในกลุ่มสมุนไพร โรงงานซื้อเยอะ แต่ยุ่งยากในการจัดการ
.
เพราะฉนั้น สิ่งที่บอก ข้างบนนั่นละ ไม่มีปัญหาเรื่องตลาดมากนัก เรียกว่า ขายได้เรื่อยๆ อาจมีรอเวลาบ้างในบางครั้ง แต่ไม่นานก็ขายได้เอง มันเป็นอย่างนี้ตลอดเวลา
.
ก็เป็น แนวทางในการพิจารณา หารายได้กัน เพราะพืชพวกนี้ ไม่ต้องการดูแล อะไรเลย แค่รดน้ำ ใช้น้ำหมัก ปุ๋ยคอก บ้าง มันก็ทำรายได้แล้ว ลองคิดดูเพื่อเป็นแนวทาง

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561

แร่ยิปซัมใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดิน





แร่ยิปซัม เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่พบได้ในธรรมชาติและจากการสังเคราะห์ 
โครงสร้างประกอบด้วย แคลเซียมไอออน (Ca2+) ซัลเฟตไอออน (SO42-) และโมเลกุลของน้ำ (H2O) มีสูตรทางเคมี คือ CaSO4.2H2

มีการนำไปใช้ด้านการเกษตร  เป็นสารปรับสภาพดินกรดและดินเค็ม 
โดยแคลเซียมไอออนจะเข้าไปอยู่แทนที่อะลูมิเนียมไอออน (Al3+) ในดินกรด
และโซเดียมไอออน (Na+) ในดินเค็ม
จึงเป็นการช่วยลดระดับความเป็นกรดและความเค็มในดิน 
ลดภาวะแน่นทึบของดิน ทำให้ ดินมีความร่วนซุย 
เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรมากขึ้น 
นอกจากนี้ ทั้งแคลเซียมและกำมะถันจาก ยิปซัมยังเป็นธาตุอาหารเสริมที่สำคัญของพืชอีกด้วย 
ถ้ามีการนำยิปซัมมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดิน จะช่วยลด ปัญหาความเสื่อมโทรมของดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก 
ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร 

ความมั่งหวังที่ต้องไปให้ถึง



ยังวนเวียน อยู่กับกล้วยนี่ละ
1.เมื่อทำสวนกล้วยใหม่ๆ ก็คือชาวสวน
2.เมื่อกล้วยออกมา ก็ เพิ่ม การขายกล้วยเอง
3.ต่อมา รับพ่อค้ามาร่วมงาน ดันเนรคุณ
4.ทำตลาดเอง ในประเทศ
5.เริ่มทำตลาดต่างประเทศ
ต่อไปนี้
.
6.โรงแพ็ค ที่ได้มาตรฐาน มันอยู่ในหัวสมอง
7.ห้องเย็น คงเจอกันเร็วๆนี้
8.ถ้าเราจัดส่งตรงกล้วยสดๆ สวยๆ ถึงตลาดค้าปลีกได้เองละ ตัดตลาดกลางออกไป ตรงนี้จะทำให้เราซื้อจากคนสวนได้สูงขึ้น แต่สินค้าเราต้องมีพอ และคุณภาพดีก่อน
.
เเพราะถ้าส่งตรงถึงแผงย่อย กล้วยจะไม่ค้างหลายวัน เหมือระบบที่เป๋น อยู่นี้
.
เคอรี่ยังวิ่งได้ แล้วเราทำไมจะจัดรถ วิ่งไม่ได้ ในแต่ละวัน แค่เพิ่มรถ เข้ามาร่วมงานอีกเท่านั้น



วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

จ.กำแพงเพชร จะส่งกล้วยน้ำว้าไปจีน ละทีนี้




ล๊อตแรก ประมาณ 17 ตัน/ 1ตู้
สถานที่ขึ้น อาจจะใช้ที่ มอกล้วยใข่ เพราะรถ 18ล้อ น่าจะจอดสะดวกกว่าที่บ้านลุง
.
ถือว่าเป็นบทเรียน บทแรก ห่อถุง รองโฟม คัดเกรดกันเอง
ก็เป็นของใหม่ที่เกษตรกร ลงมือทำกันเอง
.
จ.กำแพงเพชร จะส่งกล้วยน้ำว้าไปจีน ละทีนี้
ถ้าผ่านไปได้ด้วยดี ก็ถือว่าเป็นนิมิต หมายที่ดีในวันข้างหน้า
.
ขอววัดดวง วัดใจ กันอีกรอบ
ลุงแจ่ม อารมณ์ดี จากสวนราชินี จ.กำแพงเพชร
0809898770-0918712395
.

ส่งออกกล้วยน้ำว้า เป้าหมายที่ไกล้ความเป็นจริง


เคยคิด เคยฝันว่าเกษตรกร จะสามารถ ส่งออกกล้วยน้ำว้าได้ ถ้าเราจัดการ บริหารคุณภาพสินค้า ให้มีคุณภาพดีพอ ลุงคิดแบบนี้มาตลอด การวางแผนงานจึงเริ่มต้น อย่างช้าๆ เงียบๆ

  • วางแผนการผลิต เพื่อให้ได้สินค้าที่เหมือนกัน โดยพยายาม รวมกลุ่ม เพื่อให้การดูแลเหมือนกันทั้งหมด แต่เกษตรกรก็ไม่ค่อยสนใจ ยังต่างคนต่างทำเหมือนเดิน
  • เรียนรู้กระบวนการแพคกิ้ง การจัดการสินค้าเพื่อส่งออก ตลอดเวลา
  • ทำความรู้จัก คนส่งออก เท่าที่จะทำได้เพื่อ ประสานงาน ขอความรู้ และความร่วมมือในการทำงาน
  • นี่คือสิ่งที่ลุงทำมาตลอดเวลา

.วันนี้ ลุงกำลังพยายามส่งกล้วยน้ำว้าไปจีน กับมาเลเซีย แต่ปัญหาที่ลุงกลัวที่สุดคือ จำนวนสินค้าและคุณภาพสินค้า เพราะรวมกลุ่มได้ไม่เพียงพอต่อการส่งออก ต่างตนต่างทำ เลยควบคุมกระบวนการปลูกไม่ได้ตั้งแต่เริ่ม สินค้าที่มี มันเลยไม่ตรงตามกำหนด มีแต่คนอยากจะขายแต่ไม่อยากทำไห้ดี


.
ที่จริงราคา มันดีกว่าที่อื่น แต่ที่ไม่กล้าปล่อยราคาเพื่อรู้อยู่เต็มที่คือ สินค้าไม่ตรงสเปค มันเลยปล่อยราคาไม่ได้...ฉนั้นบางครั้งการประกาศซื้อ จึงบอกราคาไม่ได้ เพราะคุณภาพกล้วย ของไทยยังต่ำมาก ยังไม่มีสวนกล้วยที่ดีพอ  ปัญหานี้ลุงรับรู้มาตลอด ถึงพยายามรวมกลุ่ม แต่ก็ได้ไม่มากพอที่จะทำส่งออกได้
.
บ่นแต่ราคาไม่ดี ทั้งที่กล้วยทำไม่ได้เกรด 60-80% ทำได้แต่กล้วยเหมา เครือเล็กๆ 4-5 หวีไปเสียค่อนสวน กล้วยเหมา ราคาโลละ 1.5 บาทหวีละ 2 บาท มีเกลื่อนประเทศ ราคามันถึงดิ่งลงเหว เพราะกล้วยพวกนี้มันคือตัวดึงราคาลง
.
มีคนไม่กี่กลุ่ม ที่ทำกล้วยได้ เกรดดีๆ ส่วนนี้ราคาเขาไปได้ หวีละ7-8บาท ราคาส่ง ราคาณ.ปัจจุบัน เขาก้ยังพออยู่ได้ ไม่เดือดร้อน

แต่ปริมาณกล้วยเกรดนี้มันน้อยเกินไป ทำให้ไปต่อไม่ได้ เพราะไม่พอส่ง ตรงนี้คืออุปสรรค ที่กล้วยของเราจะไปต่อไม่ได้
.
เราสู้จีนไม่ได้ในเรื่องความคิด ความพยายาม เพราะเราไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยอมรับแทบจะเรียกได้ว่า ไม่เคยพัฒนาเลยก็ได้ในเรื่องความรู้และการปรับเปลี่ยนในเข้ากับโลกปัจจุบัน

ไม่เคยแม้กระทั่งจะคิดถึงวิธีการใหม่ๆในการทำเกษตร ไม่ลอง ไม่เรียนรู้ ด้วยตัวเอง จนวันนี้เราล้าหลังไปแล้ว เขาเพิ่มผลผลิตไปไร่ละ 600-800ต้น ใช้ระบบน้ำ ใช้การควมคุม สภาพอากาศ  ลองไปดูสวนกล้วย บ้านเรา ยังนั่งรอน้ำฝนจากเทวดา โทษฟ้าโทษดิน ว่าไม่ดี มากี่ร้อยปี...
.
โลกวันนี้จนเขาปลูกกันแบบไม่ต้องใช้ดิน บ้านเรา100ปีมานั่งบ่น ดินไม่ดี แต่ไม่เคยคิดปรับให้มันดี ปุ๋ยเขาให้ทำเอง ก็ไม่ทำ วิ่งเอาตังไปซื้อเขามันง่าย รายได้ไม่มี ขี้เกียจ ผลผลิตต่อไร่ ต่ำแทบติดดิน ต้นทุนสูงเทียมฟ้า
.
มันคงยากที่จะไปต่อได้ ตราบใดทียังโทษทุกอย่างที่อยู่รอบตัว แต่ไม่กลับมาโทษตัวเอง มันก็ยังคงได้กล้วยโลละ 1-3 บาทกันต่อไป แบบนี้ละ สวัสดี


วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ปูน-ยิปซั่ม ความแตกต่างที่ไม่สามารถทดแทนกันได้

ราคา ตันละ 4500 บาท ยังไม่รวมค่าขนส่ง
กระสอบละ 300 บาท ที่ 50 กิโลกรับยังไม่รวมค่าขนส่ง









ยิปซั่ม  มีชื่อเรียกทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟต
ปูนขาว มีชื่อเรียกทางเคมีว่า แคลเซียมคาร์บอเนต

......................................................
 ยิปซั่ม ที่ใช้ในการเกษตร  คือแร่ยิปซั่มที่เอามาบดให้ละเอียดแล้วโรยใส่ต้นไม้เพื่อปรับสภาพดิน  โดยใช้แร่เกรดต่ำที่ใช้ในผลิตปูนซิเมนต์ 

ส่วนแร่ยิปซั่มที่นำมาเผาที่อุณหภูมสูงก็จะนำมาผลิตเป็นแผ่นยิบซั่มบอร์ดที่เรานำมาใข้ทำฝ้า โดยภายนอกจะมีกระดาษปิดทับ ข้างในจะเป็นผงสีขาวๆก็คือยิปซั่มนั่นละ
.
ในส่วนของยิปซั่มนั้นจะมีแคลเซียมประมาณ 22%(อยู่ที่เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์) กำมะถันประมาณ 18%หรือมากกว่า ใช้ปรับดินที่มี pH  ของดิน จากความเป็นกรด ลงมาให้เหลือ ค่าพีเอชที่ 5.5-6.5 ซึ่งเป็นช่วงที่ธาตุอาหารทุกธาตุละลายดี 
.
ฉนั้น การวัดค่าดิน ก่อนที่จะใช้จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่ง เพราะถ้าดินเป็นด่างเกินไป จะแก้ยากมาก เพราะต้องใช้ วัดุที่มีราคาแพง มาแก้ซื้ออาจจะไม่คุ้มค่าการลงทุน
.
ยิปซัม โดโลไมท และปูนขาว  เป็นวัสดุปรับปรุงดินที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน 
คือให้แคลเซี่ยม  จะแตกต่างกันก็คือความสามารถในการแตกตัว
ที่ยิปซั่มแตกตัวได้ดีกว่า คือลงสู่พื้นดินได้เร็วกว่า เพราะมันเป็นซัลฟตก็จะได้ซัลเฟอร์ คือกำมะถัน ที่มีส่วนทำไห้ดินฟู  จึงสามารถหว่านโดยไม่ต้องไถพรวน(นี่คือข้อดีของยิปซั่ม)




ข้อที่แตกต่าง ของการใช้ ต้องดูวัตุประสงคืก่อน ว่าเราจะใช้ปูนนั้นๆเพื่ออะไร

1.ปูนโดโลไมท จะมีความเป็นด่างสูงจึงเหมาะที่จะใช้ในปรับสภาพดินเป็นกรดได้ดี 
  • แต่ว่าหากนำปูนโดโลไมท์หรือปูนขาวที่เป็นด่างมาใช้ร่วมปุ๋ยจะส่งผลต่อการคงสภาพหรือการสูญเสียแร่ธาตุอื่น 
  • ฉนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเว้นระยะการหว่านปุ๋ยกับการใช้ปูนขาวหรือโดโลไมทให้ห่างกันโดยประมาณ20วัน

2.ยิปซั่มส่วนมากจะใช้ในการผสมปุุ๋ยแบบคอมเปาวน์ที่ต้องการกำมะถันหรือซัลเฟอร์ 

  • เพราะแร่ธาตุทั้งสามไม่ต้องขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมีหรือธาตุอาหารรอง การเลือกใช้อะไรขึ้นกับผลการวิเคราะห์ดิน
  • ถ้าตรวจวันสภาพดินแล้วดินเป็นกรดpHน้อยกว่า6ควรใช้โดโลไมท์
  • ถ้าตรวจวัดสภาพดินแล้วดินเป็นกรดไม่มากแต่ดินแน่น น้ำขังผิวหน้าดิน เวลาฝนตกลื่นเละเป็นเลนแนะนำใช้ยิปซั่ม 
  • ถ้าตรวจวัดสภาพดินแล้วดินเป็นกรดและแน่นมาก แนะนำผสมกันใช้โดโลไมท100กิโลกรัมผสมยิปซั่ม 25กิโลกรัม แล้วเอาไปหว่านไร่ละ50กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย
  • คือมากกว่านี้ได้นะ หรือเพิ่มสัดส่วน ยิปซั่ม ให้มากขึ้นเท่าตัว เพราะดินส่วนมากขาดแคลเซี่ยมอยู่แล้ว

เห็ดกระถินพิมานรักษามะเร็ง

พ่นควันไล่ผึ้ง

โกฏจุฬาลัมพาแห้ง