แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เถาวัลย์เปรียง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เถาวัลย์เปรียง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

เถาวัลย์เปรียง ต้านไวรัส

 เถาวัลย์เปรียง 

เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ ยอดอ่อนมีขนนุ่ม ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกย่อยรูปดอกถั่ว กลีบดอกสีขาว ผลเป็นฝัก

สรรพคุณยาแผนโบราณ 

ใช้รากแก้กระษัยเหน็บชา 
เถาใช้ขับปัสสาวะ ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกระษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นเอ็นหย่อน แก้ปวด แก้ไอ แก้หวัด แก้ไข้ ขับเสมหะ เป็นต้น
               

รายงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 

พบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย แก้ปวด 
ต้านการอักเสบ 
ต้านการบีบตัวของลำไส้ 
ต้านไวรัส 
ลดความดันโลหิต เป็นต้น 

สำหรับเรื่องการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันและพิษเรื้อรังในสัตว์ทดลอง 

พบว่ามีความปลอดภัยสูง 

ส่วนงานวิจัยในคนพบว่าแคปซูลเถาวัลย์เปรียงสามารถใช้แทนยาแก้อักเสบประเภทสเตียรอยด์เพื่อรักษาโรคปวดหลังช่วงล่าง และมีการใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดี โดยไม่พบอาการข้างเคียงเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน




วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เป็นหมอนรองกระดูกเสื่อม ทับเส้นเป็นมาแล้ว3ปี ไม่ได้ทานยาอะไร

 อายุ 33เป็นหมอนรองกระดูกเสื่อม ทับเส้นเป็นมาแล้ว3ปี ไม่ได้ทานยาอะไร เคยทำกายภาพบำบัด อาการดีขึ้นแต่ถ้าเดินมากๆจะปวดขา และมีอาการขาชา หรือเท้าชาบ่อยมาก อยากลองทานเถาวัลย์เปรียง จะทานอย่างไร เท่าไหร่

  ยังไม่มีการศึกษาว่าเถาวัลย์เปรียงในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม พบเพียงการศึกษาในคนไข้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม โดยแบ่งให้ได้รับยานาโพรเซน (naproxen) ซึ่งเป็นยาแก้อักเสบ ขนาด 250 มก. หรือแคปซูลผงเถาวัลย์เปรียงขนาด 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ พบว่ายานาโพรเซนและเถาวัลย์เปรียงมีประสิทธิผลในการรักษาและความปลอดภัยไม่แตกต่างกัน และการศึกษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง โดยให้ผู้ป่วยได้รับแคปซูลผงเถาวัลย์เปรียง ขนาด 200 มก. หรือยาไดโคลฟีแนค ขนาด 25 มก. วันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน พบว่าผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีอาการปวดลดลงอย่างชัดเจนดังนั้นการรับประทานเถาวัลย์เปรียงในขนาด 400-600 มก.วัน โดยแบ่งทานวันละ 2- 3 ครั้ง สามารถช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบและอาการปวดได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษ และไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ แต่ควรระมัดระวังการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากมีรายงานว่าในผู้ป่วยที่ได้รับเถาวัลย์เปรียงบางราย มีจำนวนเม็ดเลือดขาวลดลงในวันที่ 7 ของการรักษา รวมทั้งในอาสาสมัครสุขภาพดีที่รับประทานแคปซูลผงเถาวัลย์เปรียง ครั้งละ 400 มก./วัน เป็นเวลา 2 เดือน พบปริมาณของ interleukin-2 (IL-2), interleukin-4 (IL-4) และ interleukin-6 (IL-6) เพิ่มมากขึ้นแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นควรหมั่นสังเกตร่างกาย หากพบอาการผิดปกติควรหยุดรับประทานค่ะ


จาก : หนังสือสารพันคำถามฮิต เล่ม 1

เห็ดกระถินพิมานรักษามะเร็ง

พ่นควันไล่ผึ้ง

โกฏจุฬาลัมพาแห้ง