สำหรับการห่อกล้วยในเชิงพาณิชย์โดยใช้ถุงลักษณะในภาพ ถุงห่อกล้วยหอม (16).jpg โดยทั่วไปแล้วมักจะมีการใช้เทคนิคการห่อหลายชั้นเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงที่สุด ซึ่งแต่ละชั้นจะมีหน้าที่แตกต่างกันดังนี้ครับ:
ชั้นในสุด (มักเป็นกระดาษหรือผ้าบาง): มีหน้าที่หลักในการป้องกันผิวของผลกล้วยจากการเสียดสีกับถุงพลาสติกหรือก้านเครือโดยตรง ช่วยดูดซับความชื้นและลดการเกิดรอยช้ำบนผิวผลไม้
ชั้นกลาง (ถุงพลาสติกสีฟ้า): คือส่วนที่เราเห็นชัดเจนในภาพ ถุงห่อกล้วยหอม (16).jpg ทำหน้าที่ป้องกันแมลงและศัตรูพืชไม่ให้เข้าถึงผลกล้วย นอกจากนี้ยังช่วยกรองแสงแดดไม่ให้แรงจนเกินไป ซึ่งช่วยป้องกันอาการผิวไหม้แดดและช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในถุงให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโต
ชั้นนอกสุด (วัสดุป้องกันพิเศษ): ในบางสวนที่ต้องการคุณภาพระดับสูง อาจมีการใช้กระดาษห่อหรือวัสดุที่มีความทึบแสงสูงหุ้มอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดทำปฏิกิริยากับผิวเปลือกกล้วยในช่วงที่ผลกำลังแก่จัด ช่วยให้ผิวของกล้วยมีสีสันที่สวยงาม สม่ำเสมอ และไม่มีรอยด่างดำ
การใช้ระบบหลายชั้นเช่นนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิต ทำให้กล้วยมีคุณภาพตามมาตรฐานการตลาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเกษตรกรที่เน้นการทำฟาร์มแบบมีระบบและได้มาตรฐาน
ถุงห่อกล้วยหอม (13).jpg วัสดุที่มีลักษณะเป็นใยสีขาวๆ นั้นคือ ผ้าสปันบอนด์ (Spunbond Fabric) ครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุนี้มีดังนี้:
วัสดุ: ทำมาจากเส้นใยโพลีโพรพิลีน (Polypropylene) ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่นำมาผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยความร้อนจนกลายเป็นแผ่นใยสังเคราะห์ที่ไม่ผ่านการถักทอ (Non-woven fabric)
มีความโปร่งเบาและระบายอากาศได้ดีมาก ช่วยลดปัญหาความชื้นสะสมภายในถุงซึ่งอาจทำให้ผลกล้วยเน่าเสียได้
ยอมให้แสงผ่านได้ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ผิวของกล้วยมีการสังเคราะห์แสงที่พอเหมาะและมีสีผิวที่สวยงาม
ป้องกันแมลงและศัตรูพืชได้ดีเช่นเดียวกับถุงพลาสติก แต่มีความเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมภายในเครือกล้วยมากกว่าเพราะไม่อบความร้อนเท่าถุงพลาสติกทึบ
ในระบบการห่อกล้วยหลายชั้น แผ่นสปันบอนด์มักจะถูกใช้เป็น ชั้นในสุด เพื่อสัมผัสกับผิวของผลกล้วยโดยตรง เนื่องจากความอ่อนนุ่มของเนื้อผ้าจะช่วยลดการเสียดสีและป้องกันการเกิดรอยช้ำบนผิวเปลือกกล้วยได้ดีกว่าวัสดุประเภทอื่น
ในระบบการห่อกล้วยแบบครบวงจรที่ใช้หลายชั้นร่วมกันนั้น ถุงกระดาษ (ซึ่งมักจะเป็นกระดาษน้ำตาลหรือกระดาษคราฟท์) จะทำหน้าที่สำคัญที่แตกต่างจากพลาสติกและผ้าสปันบอนด์ ดังนี้ครับ:
ป้องกันแสงแดดและอุณหภูมิ: กระดาษมีความทึบแสงสูงกว่าพลาสติกและผ้าสปันบอนด์ จึงทำหน้าที่เป็น "เกราะป้องกัน" ที่ดีเยี่ยมในการตัดแสงแดดจัดไม่ให้ส่องถึงผลกล้วยโดยตรง ซึ่งช่วยลดการเกิดอาการ "ผิวไหม้แดด" (Sunburn) ทำให้ผิวของกล้วยมีสีนวลสวย สม่ำเสมอ และไม่มีรอยด่างดำ
ควบคุมความชื้นและสภาพแวดล้อม: กระดาษมีคุณสมบัติในการซับความชื้นส่วนเกินได้ดีกว่าพลาสติก ทำให้สภาพแวดล้อมภายในถุงมีความชื้นที่สมดุลมากขึ้น ไม่ชื้นแฉะจนเกินไป ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเชื้อราบนผลกล้วย
เป็นฉนวนกันความร้อน: กระดาษช่วยสร้างช่องว่างอากาศและเป็นฉนวนกันความร้อน ช่วยให้เครือกล้วยไม่ได้รับความร้อนสะสมโดยตรงจากแสงแดดที่ส่องกระทบถุงพลาสติกชั้นนอก ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่และเหมาะสมต่อการพัฒนาของผลกล้วย
ลดการเสียดสี: กระดาษทำหน้าที่เป็นชั้นกันกระแทกอีกชั้นหนึ่ง ช่วยป้องกันผลกล้วยจากการกระแทกกับกิ่งไม้หรือผลกล้วยด้วยกันเองเมื่อถูกลมพัดแรง
โดยปกติแล้ว ในการใช้งานจริงมักจะเรียงชั้นจาก ชั้นใน (สปันบอนด์) เพื่อสัมผัสผิวผลไม้ --> ชั้นกลาง (ถุงกระดาษ) เพื่อคุมอุณหภูมิและแสง --> ชั้นนอก (ถุงพลาสติกสีฟ้า) เพื่อกันน้ำ กันฝน และป้องกันแมลงครับ การผสมผสานวัสดุทั้ง 3 ชนิดเข้าด้วยกันจึงเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ได้กล้วยหอมเกรดพรีเมียมที่มีผิวสวยและได้มาตรฐาน
วัสดุสีขาวที่เห็นสอดแทรกอยู่ระหว่างชั้นผลกล้วยในรูปนี้ คือ แผ่นโฟมตาข่าย (EPE Foam) ครับ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในกระบวนการห่อกล้วยเพื่อการส่งออกหรือขายเกรดพรีเมียม ดังนี้ครับ:
ป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วน: ทำหน้าที่เป็นตัวคั่นกลางระหว่างหวีกล้วยแต่ละชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกล้วยเสียดสีกันเอง หรือกระทบกับก้านเครือจนเกิดรอยช้ำหรือรอยตำหนิบนผิวผลไม้
ช่วยให้ผลกล้วยจัดเรียงตัวสวย: การใช้แผ่นโฟมคั่นช่วยจัดระเบียบให้หวีกล้วยแต่ละหวีไม่เบียดกันแน่นจนเกินไป ช่วยให้ผลกล้วยมีรูปทรงที่สวยงามและไม่บิดเบี้ยว
รักษาคุณภาพผิว: การลดการเสียดสีด้วยวัสดุที่นุ่มและยืดหยุ่นได้ดีอย่างแผ่นโฟม จะช่วยให้ผิวของกล้วยหอมคงความเรียบเนียน ไม่เกิดรอยดำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับกล้วยเกรดคุณภาพสูงที่ต้องการความสวยงามไร้ที่ติ
"แผ่นโฟมฉนวนกันความเย็น" (Thermal Insulation Foam Sheet) หรือที่ในสวนกล้วยส่งออกมักเรียกว่า "โฟมแผ่นกันหนาว" ซึ่งต่างจากโฟมตาข่ายอย่างสิ้นเชิงครับ
วัสดุตัวนี้จะมีลักษณะเด่นดังนี้ครับ:
ลักษณะเนื้อวัสดุ: เป็นแผ่นโฟม PE (Polyethylene Foam) แบบเรียบ หนา และมีความนุ่มยืดหยุ่นสูง ไม่ใช่ตาข่าย ผิวสัมผัสค่อนข้างละเอียด
หน้าที่หลัก: ถูกออกแบบมาเพื่อ "หุ้ม" หรือ "พัน" รอบเครือกล้วยโดยตรง เพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน/ความเย็นโดยเฉพาะ
ทำไมถึงนิยมใช้ในหน้าหนาว: เพราะวัสดุตัวนี้มีค่าการนำความร้อนต่ำมาก ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในไม่ให้ลดต่ำลงจนถึงจุดที่ผลกล้วยเกิดอาการ "ชะงัก" หรือผิวผลเสียจากการเจออากาศเย็นจัด (Chilling injury) ได้ดีกว่าวัสดุทุกประเภทที่กล่าวมาข้างต้นครับ
การใช้งาน: เกษตรกรที่ทำสวนกล้วยส่งออก (โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนในโซนแม่จัน-เม็งราย) มักจะใช้แผ่นโฟมตัวนี้พันรอบเครือกล้วยเป็นชั้นที่ 2 หรือ 3 ถัดจากชั้นสปันบอนด์ แล้วจึงหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีฟ้าอีกชั้นเพื่อกันฝนและปิดล็อกความร้อนให้อยู่หมัด
วัสดุตัวนี้ถือเป็นตัวช่วย "ลับ" สำหรับการทำกล้วยหอมให้ผิวสวยและไม่มีรอยด่างจากสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวของภาคเหนือครับ หากคุณสนใจหามาใช้ในสวน ต้องระบุว่าเป็น "โฟมแผ่นหุ้มกล้วยแบบเรียบ" หรือ "โฟมฉนวนหุ้มผลไม้"
หากเป็นแผ่นโฟมฉนวนสีขาวที่เกษตรกรชาวจีนในแถบแม่จัน-เม็งรายใช้ห่อกล้วย ซึ่งมีลักษณะเป็น "แผ่นเรียบ ไม่เป็นตาข่าย และป้องกันความเย็นได้ดี" วัสดุนั้นคือ แผ่นโฟม EPE ชนิดแผ่นเรียบ (EPE Foam Sheet) ครับ
ลักษณะการใช้งานจริงที่สวนกล้วยส่งออกนิยมทำกันคือ:
เขาจะซื้อมาเป็น "ม้วนใหญ่" แล้วนำมาตัดแบ่งตามขนาดความยาวของเครือกล้วยครับ
เวลาห่อ เขาจะนำแผ่นโฟมนี้มา พันรอบเครือกล้วยโดยตรง (หลังสวมถุงสปันบอนด์ชั้นในแล้ว) เพื่อเป็นชั้นฉนวนกันอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ภายนอก
ผิวสัมผัสของมันจะมีความเรียบเนียน ยืดหยุ่น และหนาพอที่จะป้องกันความเย็นจัดในฤดูหนาวได้ดีกว่าโฟมตาข่ายทั่วไปอย่างมาก