วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บันทึกการตกเครือ3

สุปผลการนับอีกชุดที่ 3

หวีแรกเปิด      วันที่ 28-11-60     2 วัน
ธค  60   31 วัน
มค 61    31วัน
กพ 61     29วัน
มีค61       31 วัน
วันนี้วันที่ 5           5 วัน

รวมตั้งแต่ปลีทิ่มดิน-สุก  129 วัน


.................................
วันที่ 5-4-61
วันนี้ลูกแรกสุกแล้ว

















..................................................
19-2-61




















.............................................
26-12-60
โตตามกาลเวลา



















...............................
วันที่ 6-12-60
วันนี้ครบ 10หวี พอแล้ว ที่เหลือ ก็คือปลิดทิ้ง
รอให้ปลียาวอีกหน่อย



















............
วันที่ 30-11-60
เปิดมาได้ 3-4 หวีละ รดน้ำไปเรื่อยๆ




















.............
วันที่ 26-11-60
หัวปลี ใบที่ 2 เปิดออก ใบที่ 3เิ่มอ้าแล้ว



















..............
วันที่ 21-11-60
ปลีเริ่มงอลงมา




















..............................

08-11-60
ที่จริง ตั้งพุ่ม ได้ 3 วันแล้ว ไม่มีเวลาถ่าย
ถือเป็นการบันทึก เก็บข้อมูล การออกเครือครับ
กดไม่กดช่างมัน นับวันจากของจริง กัน






















..............................














วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ความหวังดี ที่น่ากลัว สำหรับเกษตรกร

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ
คำแนะนำที่ลอกๆกันมา
.
ทั้งที่บางครั้งคนแนะนำเองก็ยังไม่เคยได้ลงมือทำเสียด้วยซ้ำ
ตรงนี้ละอันตรายที่สุด
.
ยิ่งมีดีกรี เป็นค๊อกเตอรื นักวิชาการด้วย อันตรายมาก
เพราะคนพวกนี้มีสังกัด..มีผลประโยชน์แอบแฝง
สามารถชีนำสังคมได้....
.
คงต้องมองย้อนกลับไปถึงคนที่แนะนำว่า อยู่กับใคร
ทำงานให้กลุ่มทุนไหน มหาลัยไหน.รับทุนมาจากใครก่อนที่จะเชื่อ
.
คนแรกเป็นใคร ที่เรียกเหี๊ย...มันถึงได้เหี๊ย มาถึงทุกวันนี้
คนแรกเป็นใคร ที่บอกว่า คนต้องกินข้าว แล้วเราก็กินข้าวกันทั้งโลก
.
เขาไง....ก็เขาไง
.
เขาบอกว่า 5555
.
ที่นี้คนก็ไปจำ คนแรก ที่เขาบอกว่า มาบอกต่อๆๆ กันไป จาก 1เป็นสิบ
จากสิบเป็นหลายๆล้าน ก็มาจากเขา คนเดียวทั้งนั้น
.
ทั้งที่บางคนที่เอาไปบอกต่อๆกัน ก็ยังไม่เคยเห็น ไม่เคยลงมือทำ ตามที่เขาบอกมาเลย
.
นั่นละ..คือสิ่งที่น่ากลัว
.
หลายๆคำตอบเรื่องกล้วย-และพืช อื่นๆก็เหมือนกัน
บางครั้งคำตอบจากคนที่ไปจำเขามา แล้วเอามาตอบ ทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่เลยลงมือทำหรือลงมือพิสูจน์ข้อมูลนั้นๆ
.
เพียงแต่ว่า ไอ้เขา คนแรกนี่ มันชี้นำสังคมไปแล้ว
แล้วก็ไม่รู้ว่าไอ้เขาคนแรก มันลงมือทำจริงหรือเปล่า
.
ตรงนี้ละ ที่เราควรระวัง ใตร่ตรอง ให้มาก ในการเสพข้อมูลจากโลกอินเตอร์เน๊ต
.
มันก็เหมือนคำถามที่ลุงถูกถามบ่อยๆ ว่ากล้วยพันธ์ไหนดีที่สุด
.
มากกว่า 100 ครั้งที่ตอบไปว่า...กล้วยพันธ์ที่ดีที่สุดคือ
.
กล้วยที่มันขึ้นอยู่ข้างๆบ้านคุณนั่นละ (ดูที่ไม่มีเม็ดนะ)
เพราะมันปรับสภาพเข้ากับท้องถิ่นของคุณได้แล้ว
ที่เหลือ ก็คือการดูแล ให้มันถูกทิศทาง บำรุงดิน บำรุงน้ำ
(ดูคาเวนดิชเป็นตัวอย่าง แนะนำกันผิด ดูแลผิด เจ๊งอย่างเดียว)
.........................................
ฉนั้น อย่าเชื่อเขา ให้มากนัก
จงรับรู้และลองในสิ่งที่ตาเห็น
เพราะนักวิชาการขายตัวขายจิตวิญญาณมันเยอะเกินไปแล้วในประเทศไทย
.
เชื่อใจตัวเราเองดีที่สุด
.
................

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เปิดแปลงกล้วยน้ำว้า ร่วมทุนกันสร้างสวนเงินล้าน












.........................................................................

วันที่ 15-11-60
วันนี้รถไถ เข้ามาทำงาน
พอพลิกหน้าดินเสร็จ ก็ตรวจวัด สภาพดินและอินทรีย์วัตถุ
พร้อมวางแผนงาน ในการปลูก ระยะ 2+2 เมตร
คงต้องใช้ เชือกขึง แล้วหยอดปูนขายเป็นจุดๆ เพือให้แบคโฮ ขุดหลุมทันที
.
มันเหมือนการร่วมทุน ลุงจึงต้องเข้ามาดูแลตลอด ตั้งแต่ก้าวแรกที่ทำงาน
ตรงนี้ไม่ใช่แค่เอามาวัดโชว์เล่นๆ เดินกันทั้งแปลง
เครื่องมือวัด มันสู้สายตา จากประสบการณ์ไม่ได้
.
ความชื้นในดิน
อินทรีย์วัตถุ จากการประเมิน ด้วยการเดินดู
หยิบดินมีขยำดู สังเกตุหญ้า สังเกตุดิน ทั้งก่อนไถ หลังไถ
มันเหมือนกับการประเมินว่า..
ถ้าปลูกกล้วยลงไปจริงๆ เราต้องใช้ปุ๋ยคอกเท่าไร
ปูนขาว โดโลไมท์ เท่าไร
ต้นทุนในการบำรุงดิน ไร่ละเท่าไร จากสภาพดินที่เห็น
สภาพแวดล้อมทั่วไป สารพิษรอบๆ แปลง ที่จะเข้ามาในแปลงกล้วย
เพราะอาจจะต้องของ GAP ด้วย
.
นั่นยังรวมไปถึงสารอาหารต่างๆ ที่จะต้องใส่ลง
ซึ่งต้องอ้างอิงจากสภาพดินที่มองเห็นด้วนตา
.
ความเสี่ยงของโรค เชื้อรา ที่มาจากสภาพหรือปัจจัยภายนอก
เรียกว่า เดินดูกันขาลาก พอควร
.
เงินล้านไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ต้องมาจากการวางแผนงานบริหารที่ดี
.
แปลงจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆ ทำที่ละส่วน ที่ละ 5-6 ไร่ ทยอยกันไป
บนพื้นที่ 80 ไร่ คงต้องดูกันยาวๆ....
ตอนนี้ก้สั่ง วัสดุทำปุ๋ยคอกมา 1 คัน 10ล้อ
เริ่มทำได้ทันทีหลังจากที่รองหน้าดินไถกลบไปก่อนแล้วส่วนถึง
...................................................
สภาพดิน
พีเฮช วัดได้ 6-7 ถือว่าผ่าน
ค่าความสมบูรณ์  สูงพอควร
ความชื้น ที่ระดับ 20 ซม มีสูง
อินทรีย์วัตถุ กำแล้วปล่อย ถือว่าผ่านในเกณฑ์ที่ดี
สภาพ ดินร่วน+ทราย+มีดินเหนียว บางส่วน
สิ่งแวดล้อมที่จะก่อให้เกิด โรค++ ไม่มีสวนกล้วยในบริเวณนั้น
การขนส่ง--ติดถนนลาดยาง รถวิ่งเข้าถีง
แหล่งน่ำ--มีลำราง ติดแปลงที่ปลูก
สภาพการระบายน้ำ...มีทางระบายน้ำ ลงสู ถนนใหญ่ ที่มีคลองอยู่











รอยยิ้มแห่งความหวัง ความปลอดภัยของผู้บริโภค
















วันนี้ สิ่งที่ผมเห็น และแอบ อมยิ้ม ทุกครั้งที่เห็น
หลายๆครั้งที่ผมบอกว่า ต่อต้านการใช้อีทีฟอน ในกลุมปลูกเองขายเอง
.
ผมเริ่มเห็น เห็นกล้วยหอมคาเวนดิช แขวนอยู้ในตู้เย็น
.
แขวนอยู่ในตู้แช่ ที่ถูกดัดแปลง มาเป็นห้องควบคุมการบ่ม
.
มันเป็นการบ่มที่ถูกต้อง ถึงจะยังไม่รู้ว่า ชุบอีทีฟอน หรือเปล่า
.
แต่สิ่งที่รับรู้ได้คือ การพยายามปรับตัว ของเราชาวสวนไปในทางที่ถูกต้อง
.
มันกำลังทำงาน ไปในแนวทางที่ถูกต้อง
.
การโพสขาย อีทีฟอน หายไปเยอะ จนแทบจะไม่เห็น...

ขอบคุณที่เราเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภค
เพราะมันจะเป็นจุดแข็งที่สุด สำหรับการทำตลาดแบบขายเองโดยเกษตรกร

เพราะสินค้าที่ขายโดย เกษตกรเอง จุดขายที่แข็งแกร่งที่สุด คือ ความปลอดภัยและไร้สารพิษ ถ้าเรายืนหยัด แน่วแน่ อยู่ในเส้นทางนี้ อย่างจริงจัง จนสามารถสร้างกระแส ให้มันแรงได้จริงๆ ทุนใหญ่ จะมาครอบงำเราไม่ได้ ถึงแม้จะพยายามใช้กลไก ทางราชการ ออกกฏหมายความคุม อย่างทุกวันนี้..........แต่ท้ายที่สุด ผู้บริโภค คือคนที่ตัดสินใจ ว่าจะเชื่อมั่น เชื่อใจใคร..ใบรับรอง มันซื้อได้ง่าย แต่ซื้อความเชื่อใจผู้บริโภค ต้องเอาใจซื้อใจ
.
ทำไม่ผักผลอดสารพิษที่มีใบรับรองถึงมีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน...ตรงนี้คือคำตอบว่า...ในระบบทุน..มันไม่มีคำวว่าปลอดสารพิษ แต่ได้ใบรับรองมาเพราะอะไร
.
ตรงนี้ต่างกับเรา...ขอเพียงเรายึดมั่น แน่วแน่ และจริงใจ ที่จะทำด้วยหัวใจที่มั่นคง และพูดความจริงแบบดังๆให้ก้องประเทศว่า.
.
เราคือคนที่ทำแบบปลอดสารพิษจริงๆ...ตรงนี้ละ คือสิ่งที่เราจะยืนอยู่ได้ ในสังคมโลกที่นายทุนครองเมือง
.
เพราะมันคือช่องเล็กๆ ที่เราแทรกเข้าไปได้เสมอ
.
สิ่งที่อยากเห็น เป็นการต่อมาคือ..การรวมกลุ่มกัน สร้างแบรนด์ แล้วจัดจำหน่าย
.
ถ้าก้าวไปถึงตรงนี้ได้ ถือเป็นความก้าวหน้าเลย ซื่ง ยอมรับว่ายาก และเป็นไปได้ยาก ถึงเกิดก็จะอยู่ไม่นาน..เพราะจะยึดผลของจำนวนเงินเป็นหลัก โดยจุดมุ่งหมายเป็นรองแล้ววงจะแตก
......................................
แต่วันนี้ ก็ของคุณ ที่ได้เห็นกล้วยถูกบ่มในตู้เย็น
วันนี้เห็นการโพสขายอีทีฟอน ลดน้อยลง
ถึงจะมีคนใช้อยู่ แต่เชื่อว่า ไม่นานจะเกิดการพัฒนา ปรับตัวไปในทางที่ถูกต้อง
บางครั้ง ก็ต้องการเวลา ในการปรับตัว...เราเข้าใจ
แต่หวังว่า สักวัน มันจะหมดไป ในกลุ่มของเกษตรกร ที่ปลูกเองขายเอง
.....................................
สวีสดี วันที่ฟ้าสดใส..

แปลงทดลองปลูกกล้วยน้ำว้า พันธ์......

จากที่ลงมือ ปรับปรุงพันธ์ มาประมาณ 2 ปี
คัดพันธ์ ที่มีความแตกต่างจากเดิม เรื่อยๆมา
(เป็นการบังคับด้วยเคมี)
จนได้กล้วยที่มีสีผิวสีเขียวอ่อนๆ ไม่มีกระหรือลาย
เป็นกล้วยน้ำว้าใส้เหลือง
(ระยะทดลอง 1.80 เมตร ร่มไม่โดนแดด)
ไว้ 3-4หน่อ ในระยะ อายุ ที่ต่างกัน
 .
ปลูกบนพื้นที่ๆมีอินทรีย์วัตถุ หน่า 30-50ซม
บนสภาพดินชั้นล่างเป็นกรดสูงมาก แต่อาหารเยอะ
.
ความชื้นในดิน ระดับ 20-30 ซม อยู่ในเกณฑ์ ทำกำหนด
พีเฮช หน้าดิน  โดยเฉลี่ย 6 ถ้นชุดลึกลงไป จะเป็นกรดค่อนข้างสูง
.
แหล่งน้ำ จากสระน้ำ ของสวน ไม่มีสารพิษ ใดๆ เข้าได้
ปุ๋ย น้ำหมัก ปุ๋ยคอก ไม่มีเคมีไดๆ ปลูกแบบไม่มีอะไรรองก้นหลุม
....................................................................
วันนี้วันที่ 15-11-60 เริ่มเตรียมแปลงปลูก
ในวงบ่อ เพื่อเก็บข้อมูล
ลงดินตามปกติ เพื่อดูผล จากการลงแปลงปลูกจริงๆ
ปลูกโดยใช้หน่อ ระยะ 1.2+1.5 เมตร























วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

กล้วยน้ำว้า เทคนิคการบรรทุกกล้วย 0809898770 สวนราชินี



มาดูวิธีบรรทุกกล้วยกันมั่ง
เพราะบางคนบอกจะตัดมาให้
จะตัดไว้ที่สวน ให้ไปรับ
มันไม่ได้สักอย่างละครับ
.
กล้วยน้ำว้าก็แทบจะต้องอุ้มกันมา
หยิบเบาๆ
วางเบาๆ
เรียงเบาๆ
..............
สิ่งที่เห็นๆวิ่งกัน
มันผ่านการใส่ใจ ทุกขั้นทุกตอน
กว่าจะส่องต่อถึงมือผู้บริโภค
.
ค่าใช้จ่ายในการทำงานที่มองไม่เห็น
แล้วก็เอาราคา ต้นทางปลายทาง มาเทียบกัน
......................
ค่าน้ำมันไปส่งแผง 2500 บาท
ค่าคนงาน 2100 บาท
ค่าอาหารเครื่องดื่มคนงาน+น้ำมันวิ่งไปสวน 1000 บาท
...................
แผงละ ขายไม่หมด ถึงเวลา ส่วนนึงสุก ต้องทิ้ง
อื่นๆ ลองคิดดู
...................
ทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปลูก ยันถึงคนกิน
มีค่าใช้จ่ายแฝง มากมาย ตรงนี้ที่ทำให้ราคาสินค้า ต้นทางกับปลายทาง ต่างกันมากมาย
................
โดยเฉพาะ สมัยนี้ ค่าแปะเจี๊ย นี่สูงมากมายกว่าค่าเช่า มากนัก
บางคนถึงกับถอดใจ เงินกินเปล่า กว่าจะเข้าไปขายได้
.
เหมื้อนเสื้อวิน มอไซด์ นั่นละ ตัดเอง 80 บาท ดันต้องซื้อ5-6 หมื่น
ถึงจะทำมาหากินได้ ลองถามๆ ย่าน ดอนเมือง ตามซอย ต่างๆดู 555
...........
พอละ จบ

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ปลูกกล้วยยังไง ไม่ต้องซื้อปุ๋ยทั้งชาติ 0809898770(ตรวจสภาพดินก่อนปลูก)




แปลงที่เห็นนี่ปลูกกล้วยอยู่แล้วนะครับ แต่โดน น้ำท่วมปีนี้
ก็เลย ขุดตรงกลางขึ้นมาถม รอบๆให้สูงอีกนิด
.
ที่นี้เวลาขุด ดินชั้นล่างซื่งเป็นดินเลว มันก็จะมาอยู่ด้านบน
.
นั่นคือสาเหตุที่เวลาถมที่ใหม่ๆปลูกอะไรก็ไม่งาม

ถ้าตรงที่ถมใหม่นี่ วัดความเป็นกรดได้ลงมาถึง 1 เลยนะครับ ซึ่งสูงมากๆ
แต่ในขณะเดียวกัน ความอุดมสมบูรณ์ ของดิน ก็วัดได้สูงสุด จนเครื่องวัดไม่ได้เลย
เรียกว่า สมบูรณ์แบบยันเกย์
.
เพราะ ผมทับถม อินทรีย์วัตถุ มาตลอดหลายปี เรียกว่า ถมไม่อั้น
ตอนนี้มันจึงเหมือน ผมยกโรงงานปุ๋ย มาไว้บนแผ่นดินของผม
.
ปุ๋ยเคมี ยังสู้ไม่ได้เลย..ตรงนี้ละครับ ที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จ ในการปลูกกล้วย แบบไม่มีต้นทุนอะไรเลย นอกจากการทำงานดำรงชีวิต รายวัน
.
มันคือข้อดีที่สุดสำหรับเกษตรกร ที่ทำเกษตรแบบไม่ต้องใช้เงินมากมาย
มันคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ที่นายทุนเคมี กลัวมากที่สุด ถ้าทุกคนยึดโยงแนวทางนี้สัก 3-4 ปี
.
คนที่ร่ำรวย พอมีพอกิน จะเป็นกลุ่มเกษตรกรเสียมากกว่า เพราะไม่ต้องหอบเอาเงินไปซื้อเคมี
.
สำหรับแนวทางการแก้ใข เรื่องดินผืนนี้ไม่ยากครับ
.
ปลูกในวงบ่อที่มีอยู่แล้ว
ปลูกไปบนดินนั่นละ เพราะลึกๆ ลงไป ดินดีอยู่แล้ว
หน้าดิน สักระยะ มันจะปรับสภาพ ตัวมันเองได้อากาศ โดนแดด บ้าง
ธรรมชาติ จะคืนความสมดุลย์ ด้วยตัวเอง เชื่อลุงเถอะ เห็นจากแปลงของลุงเองนี่ละ


(พอดีถ่ายรูปกลางแดด เลยมองไม่เห็นชัดนัก)
























.....................................................










เห็ดกระถินพิมานรักษามะเร็ง

พ่นควันไล่ผึ้ง

โกฏจุฬาลัมพาแห้ง