วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ความจริงที่เจ็บปวด


ลุงจะไปขายกล้วยทุกวันโกน วันพระ ที่ตลาด

ในสวนลุงก็จะมีกล้วยน้ำว้า อยู่หลายสายพันธ์

แต่ที่ต้องเหลือกลับมาทุกครั้ง คือ ปากช่อง 50

ลูกค้าจะไม่ค่อยหยิบเอาไป..มันเป็นเรื่องจริง

(หมายถึง มันจะปนๆกันหลายพันธ์ มันทำให้ปากช่องดูด้อย ดูเล็ก ลูกค้าจะหยิบพันธ์ หรือหวี ที่ใหญ่กว่า ถึงแม้ราคาขายจะแพงกว่าตามขนาด ที่ใหญ่ขึ้น )

แต่ถ้า เอาปากช่องไปขายล้วนๆ จะขายได้ เพราะไม่มี ขนาดอื่นๆมาเทียบ
แต่ราคาก็ 15-20 บาท เพราะหวีมัน บ้านๆทั่วไป

สุดท้ายบางทีขายไม่ออก ลุงก็เอามาทำกล้วยตาก กล้วยฉาบ

หรือไม่มีเวลา ก็ทำปุ๋ยไปเลย



กล้วยน้ำว้า ทองเศรษฐี อัพเดทผลงานกันอีกที(วันนี้ที่รอคอย)


รอกันอีกสักปี  คงได้พอมีแบ่งปันกันบ้างนิ  ทุกอย่างต้องใช้เวลา
ในขั้นตอนการทำงาน


ก็ยังไม่รู้ว่า ลูกๆ ของเขา จะออกมาดีเหมือนแม่ไหม ก็พยายามขยายหน่อ ออกไป ทีละน้อย
เพราะต้นพันธ์ มีน้อยมาก ทำได้ทีละหน่อยเอง



เครือ ยังยาว ยังไปได้อีกเยอะ



ความยาวงวง นี่น่าจะไป 2 เมตร




ต้นนี้ ตั้งท่า ออกเครือ มาสวยเช่นกัน


วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อึ้ง...เครือนี้ มันจะยาว ลากดินไหมนี่


ต้นแม่ ยังไม่ขนาดนี้

พอมาถึงรุ่นลูก  ที่ลุงจะลงมือทำ เพื่อขยายพันธ์(รุ่นที่4แล้ว)

ยิ่งเห็นความแตกต่าง มากขึ้นทุกที

ถ้าออกมาได้ดังที่หวังนะ 

อีกไปเดียว ลุงจะรับเงินล้าน แน่ๆ 55555










ความหวังที่ไกล้เป็นจริง เครือละ 500 บาท



แบบนี้ละ ที่ลุงพยายาม พัฒนา พันธ์
อยากให้มันได้แบบนี้ทั้งสวน

ทุกหวี 19-20 ลูก

เครือนึง 10-12 หวี ก็พอใจ ขอให้ได้สม่ำเสมอ ทั้งสวน
 เพราะมันขายได้ เครือละ เกือบ 500 บาท(ขายเอง)

แต่อันนี้ มันอยู่ขอบสระ นึกว่าหมดฝนแล้ว ขะล่าใจ ไม่ค้ำ

เมื่อวานฝนตกหนัก  5555

ลงน้ำกันไปเลย 500 บาทหายวับไปกับตา





การควบคุมการระบาดของหนอนกอ ในสวนกล้วย

สวนกล้วย ทุกสวน พอนานๆไป ก็คงจะหนีปัญหาเรื่องหนอนกอ ไม่พ้น

การแก้ปัญหา ก็แตกต่างกันไป ตามความคิด ของเจ้าของสวน

ที่สวนลุง ก็จะใช้วิธี นี้

คือ เวลาตัดเครือกล้วยไปขาย

ก็จะตัดต้น ให้ พอสั้นๆ หน่อย แล้วเอาฟูราดาน ประมาณ ช้อนโต๊ะ

ใส่ลงไป ที่ต้นกล้ยว ที่ตัดไป แบบ ในรูปนั่นละ 
ก็ถือว่า ควบคุม ได้ในระดับนึง




วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ทำเกษตร มันไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว

ก่อนที่กระโดดเข้ามา
การหาข้อมูลจากการลงพื้นที่จริง ในสิ่งที่เราสนใจ หรือคิดจะลงมือทำ
อินเตอร์เน็ต มันสวยหรู ทำให้เราฝันถึงเงินก้อนโต ที่จะได้

ข้อมูลจะเป็นด้านดี ด้านเดียว เคยเห็นรายการ ทีวี ไปถ่ายคนที่ทำแล้วเจ๊ง มาออกรายการไหม

สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือ  พืช ที่ถูกปั่นกระแส ขึ้นมา นั่นละ อันตราย สุดๆ สำหรับ เหษตร ออนไลน์

พอกระแสมันวูบ เพราะแห่ทำ ผลผลิต ออกมา ราคาตก ทั้งประเทศ ..จะขายใครละทีนี้
ก็จะ ขาดทุน ทั่วประเทศ..นี่ละ ธรรมชาติของเกษตรกรไทย


....สนใจสิ่งไหน ต้องลงพื้นที่ จริง ไปขลุกอยู่กับเขาเลย สักอาทิตย์หรือเดือน
....ต้องให้ตังเขานะ เชื่อเหอะ ได้อยู่แน่ๆ แค่ไม่เรื่องมาก กินง่าน นอนง่าย อย่าเยอะๆๆ


หาให้เจอ เราต้องการทำอะไร  อะไรคือต้นทุน  มีการบริหารจัดการ

ต้นทุนของคุณอย่างไร


ต้นทุนในการทำเกษตร

ค่าปุ๋ย -ยาฆ่าแมลง -ยาฆ่าหญ้า
ค่าเมล็ดพันธุ์ - กิ่งพันธุ์ 
ค่าแรงงาน
ค่าเครื่องมือ  ทำเกษตร(ไม่รู้มันจะแพงอะไรนักหนา) 

ต้องมาดูว่า ตรงไหนเราทำเองได้ เครื่องมือ อันไหน ยังไม่จำเป็นที่สุด ชลอไว้ก่อน


 เป็นเกษตรต้องขยายพันธุ์พืชให้เป็น เข้าใจ ทำความคุ้นเคยวงจรชีวิตของพืช

 อย่าตกเป็นทาสโฆษณา  อันนี้สำคัญ จำเรื่อง ปุ๋ย นาโน ไว้เป็นบทเรียนให้มากที่สุด

จำไว่ว่า
1.ทำจากน้อย ไปเยอะ ความชำนาญเกิดจาก การลงมือ ทำเองเท่านั้น
2.ต้องทำปุ๋ยเอง ให้มากที่สุด ถึงที่สุด
3.ใช้แรงงานเราเป็นหลัก
4.สำคัญที่สุด....ต้องขายเองเป็น 
5.อย่าทำพืชขนิดเดียว แต่ทำในส่วนที่มันไป ด้วยกันได้
6.ใจเย็นๆ อย่าเอาเงินสด เข้าไปทุ่มเท ต้องเก็บเอาไว้กิน


สุดท้าย ลองๆ ทำสัก ไม่เกิน 5 ไร่ ก็พอกินแล้ว

โชคดีครับ ทุกท่าน











  

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เตรียมปลูก มะระหัวใจ


ที่มา


จิรวรรณ โรจนพรทิพย์  เรื่อง / รูป

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด ปัญหาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ถีบตัวสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนไม่พอใช้จ่าย ทางรอดที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็คือ ต้องขยัน อดทน ประหยัด งดซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือย หากใครมีพื้นที่ว่างในบ้าน ก็อยากชวนลงมือปลูกพืชสวนครัวเพื่อประหยัดต้นทุนค่าอาหารกันเสียเลย สำหรับคนรักสุขภาพ ขอแนะนำให้ปลูก “มะระหัวใจ” พืชสวนครัวตัวใหม่ที่ปลูกง่าย อิ่มท้อง อิ่มใจ และได้สุขภาพ ปลูกเป็นพืชสวนครัวรั้วกินได้หรือปลูกในกระถางก็ได้  
“มะระหัวใจ” นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่


เมื่อช่วงต้นปีนี้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด (ประเทศไทย) ผู้นำด้านตลาดเมล็ดพันธุ์คุณภาพในอาเซียนที่รู้จักกันดีในชื่อยี่ห้อ “ศรแดง” ได้เปิดตัวมะระลูกผสมชื่อ “มะระหัวใจ (มะระวาเลนไทน์)” เป็นสินค้านวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง ต้องการพืชผักขนาดเล็กที่ใช้ปรุงอาหารกินได้หมดภายในมื้อเดียว และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน

“มะระหัวใจ” หนึ่งในนวัตกรรมการปรับปรุงสายพันธุ์พืชผักเขตร้อน ของฟาร์มเลิศพันธุ์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาของศรแดง ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย เพื่อส่งมอบเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่ดีที่สุด ให้แก่เกษตรกรไทย และเกษตรกรในภูมิภาค “คุณละไม ยะปะนัน” นักปรับปรุงพันธุ์มือหนึ่งของศรแดง ใช้ความวิริยะอุตสาหะ ประมาณ 6 ปี ในการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์โดยปลอดจากกระบวนการตัดต่อพันธุกรรม (GMOs)

คุณละไม เล่าว่า มะระหัวใจ พัฒนามาจากมะระจีน โดยเก็บรวบรวมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์โดยการผสมพันธุ์ด้วยวิธีธรรมชาติ ด้วยการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มาผสมกันเพื่อให้ได้มะระลูกผสม มีรูปร่างลักษณะคล้ายรูปหัวใจ เนื้อกรอบและมีรสชาติขมน้อยกว่ามะระทั่วไป สรรพคุณทางด้านโภชนาการยังคงครบถ้วนเหมือนเดิม เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย เนื่องจากมะระหัวใจมีรสชาติไม่ขมมาก และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงจึงเหมาะสำหรับเด็กเล็กที่เพิ่งหัดกินผัก

ลักษณะเด่นของ “มะระหัวใจ” อยู่ที่รูปทรงผลที่มีลักษณะคล้ายหัวใจ สวย น่ารัก มีขนาดผล ประมาณ 8-10 เซนติเมตร น้ำหนัก 200 กรัม สีเขียวสด รสชาติขมปานกลาง รวมทั้งตอบสนองต่อการดำรงชีวิตของคนไทยยุคใหม่ที่มีครอบครัวขนาดเล็ก ที่ต้องการบริโภคผักที่มีขนาดพอเหมาะสำหรับปรุงอาหารต่อมื้อ นอกจากนี้ มะระหัวใจยังมีทรงพอเหมาะกับกระป๋อง เพื่อการแปรรูป ผลผลิตต่อต้นสูง ประมาณ 10 กิโลกรัม ดูแลง่าย ขั้วผลยาว ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมอยู่ที่ 45 วัน สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี 


มะระหัวใจ ปลูก ดูแลง่าย

คุณละไม กล่าวว่า การปลูกมะระหัวใจเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่พักอาศัยอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด แค่มีกระถาง 1 ใบ พร้อมวัสดุปลูก เมล็ดพันธุ์มะระวาเลนไทน์ 1 ซอง วิธีการปลูกก็เริ่มจากหยอดเมล็ดในกระถาง (2 เมล็ด ต่อ 1 กระถาง) หลังจากนั้น 14 วัน ต้นกล้าจึงโตเต็มที่ รดน้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง หลังจากปลูกไปได้ 15-20 วัน ให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 ในอัตรา 10 เม็ด ต่อต้น หาไม้ไผ่ขนาดย่อมๆ มาปักเพื่อให้ต้นมะระเลื้อย เมื่อต้นมะระเริ่มออกดอก ให้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 13-13-13 ในอัตรา 10 เม็ด ต่อต้น ทุกๆ 10 วัน เพื่อกระตุ้นการเติบโตของผลมะระ หลังจากปลูกใช้เวลาดูแล ประมาณ 45-50 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว

สำหรับคนในชุมชนเมืองที่มีที่ว่างข้างบ้านเพียงเล็กน้อย ก็สามารถปลูกมะระหัวใจในลักษณะพืชสวนครัวรั้วกินได้หรือข้างบ้าน โดยวางตาข่ายให้ต้นมะระหัวใจเลื้อย เมื่อต้นมะระผลิดอกออกผล ก็จะได้ทั้งความสวยงามที่กินได้ แถมมีสุขภาพดีอีกต่างหาก การปลูกผักกินเอง นอกจากจะได้ประโยชน์จากการกินผักปลอดสารพิษแล้ว ยังได้ความสุขทางใจอีกด้วยที่จะเห็นผักที่ตัวเองปลูกค่อยๆ เจริญเติบโตงอกงามจนสามารถนำไปบริโภคได้ 

สำหรับผู้สนใจทำแปลงปลูกมะระหัวใจข้างรั้วหรือข้างบ้าน เริ่มจากเพาะเมล็ด ประมาณ 12 วัน ก็ย้ายต้นกล้ามาปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ ใช้เวลาปลูกดูแลแค่ 45 วัน ก็สามารถเก็บผลกินได้ โดยจะให้ผลผลิต ต้นละ 10 กิโลกรัม การปลูก 1 รอบ จะมีระยะเวลาเก็บเกี่ยว ประมาณ 45-60 วัน ขึ้นอยู่กับการดูแล

หรือใครที่สนใจ ให้เป็นมะระวาเลนไทน์อย่างแท้จริง  ก็อาจจะเริ่มๆ ปลูกสักราวกลางเดือนธันวาคม นี้ เพื่อให้ทันเก็บเกี่ยว ช่วงวาเลนไทน์ปีหน้า ก็จะได้ผักสวยๆ แถมกินได้  มอบให้แก่กันแนวแปลกไม่เหมือนใคร

เนื่องจาก มะระหัวใจ เป็นสายพันธุ์พืชเมืองร้อน เติบโตได้ดี เมื่อปลูกในพื้นที่กลางแจ้ง ได้แสงไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง แต่ช่วงฤดูหนาว อากาศเย็น มะระหัวใจจะมีการเจริญเติบโตช้าลง ดังนั้น หากใครต้องการปลูกมะระหัวใจให้มีผลผลิตในช่วงฤดูหนาว ควรเลื่อนระยะการปลูกให้เร็วขึ้น โดยเริ่มปลูกตั้งแต่เดือนตุลาคม ก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงฤดูหนาว
“เมื่อผลมะระหัวใจโตได้ขนาดก็ควรรีบเก็บทาน อย่าปล่อยให้ผลสุกคาต้น เพราะจะทำให้ต้นโทรมเร็ว ปกติผลมะระหัวใจจะมีน้ำหนักเฉลี่ย ประมาณ 6-8 ผล ต่อกิโลกรัม แค่ปลูกมะระหัวใจ 1 ต้น จะสามารถเก็บผลผลิตได้มาก ประมาณ 70-80 ผล หากช่วงไหนมีผลผลิตมาก ก็สามารถแบ่งปันให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างบ้านใกล้เรือนเคียงในสังคมเมืองได้อีกทางหนึ่ง” คุณละไม กล่าว


หวานเป็นลม ขมเป็นยา 

เมื่อเทียบกับสายพันธุ์มะระทั่วไป มะระหัวใจมีขนาดเล็กกว่า แต่ยังมีรสขมที่เกิดจากสารโมโมดิซิน (Momodicine) “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ของมะระหัวใจ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เจริญอาหาร และช่วยระบายท้อง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งทำงานสัมพันธ์กัน ในการบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสมองและกล้ามเนื้อ มีวิตามินซีที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใส และมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคและปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็งอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจเมล็ดพันธุ์มะระหัวใจหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัทอีสท์เวสท์ซีดสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์www.eastwestseed.com หรือสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ที่  โทร. (02) 831-7777   



ที่มา นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับ 1 พฤศจิกายน 2558

เห็ดกระถินพิมานรักษามะเร็ง

พ่นควันไล่ผึ้ง

โกฏจุฬาลัมพาแห้ง