วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

สมุนไพรที่มีรายงานการวิจัยทางคลินิกเพื่อใช้รักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

สมุนไพรที่มีรายงานการวิจัยทางคลินิกเพื่อใช้รักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และให้ผลค่อนข้างไปในทางที่ดีโดยไม่พบอาการข้างเคียง ได้แก่ ทับทิม หญ้าฝรั่น เห็ดหลินจือ และปลาไหลเผือก
               -ทับทิม ให้อาสาสมัครเพศชาย 53 คน ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศชนิดไม่รุนแรงดื่มน้ำจากผลทับทิมปริมาณ 8 ออนซ์ ทุกวันในเวลารับประทานอาหารเมื้อเย็น เป็นระยะเวลา พบว่าอาสาสมัครส่วนใหญ่ (42 คน) ให้คะแนนการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น และอาสาสมัคร 25 คน ได้ระบุว่าการดื่มน้ำจากผลทับทิมช่วยปรับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศให้ดีขึ้นได้
               - หญ้าฝรั่น ให้ผู้ป่วยโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 20 คนรับประทานหญ้าฝรั่นอัดเม็ด 200 มก วันละครั้ง เป็นเวลา 10 วัน พบว่า ผู้ป่วยให้คะแนนการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น และมีอัตราการแข็งตัวและการขยายตัวของอวัยวะเพศขณะนอนหลับเพิ่มมากขึ้น
               - การศึกษาในประเทศจีน โดยให้ผู้ป่วยโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 60 คน ดื่มน้ำต้มจากส่วน fruit bodies ของเห็ดหลินจือ นาน 1 เดือน พบว่า ผู้ป่วย 17 คน ระบุว่ามีอาการค่อนข้างดีขึ้น 25 คน ระบุว่าการดื่มน้ำต้มจากเห็ดหลินจือช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ 14 คน ระบุว่า ช่วยรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และ 4 คน ระบุว่าไม่มีผลต่อการรักษา


               - ในประเทศมาเลเซียมีการทดสอบทางคลินิกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สารสกัดปลาไหลเผือก LJ100TM โดยให้อาสาสมัครเพศชาย 23 คน รับประทานยาดังกล่าว ขนาด วันละ 100 มก. นาน 3 สัปดาห์พบว่าอาสามัครให้ค่าคะแนนสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น 91% และค่าคะแนนสมรรถภาพร่างกายเพิ่มขึ้น 73% และในรายงานระบุว่าสามารถเพิ่มความกำหนัดและการประสบความสำเร็จในการมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน testoseterone



เมล็ดหมามุ่ย

มีการศึกษาในคนเกี่ยวฤทธิ์ในการเพิ่มจำนวนตัวอสุจิของเมล็ดหมามุ่ย (Mucuna pruriens  ) โดยศึกษาในอาสาสมัครเพศชายจำนวน 60 คน และในเพศชายที่เกิดภาวะมีบุตรยาก 60 คน อายุ 30-40 ปี โดยให้รับประทานนมผสมผงของเมล็ดหมามุ่ย 5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่าในกลุ่มเพศชายที่เกิดภาวะมีบุตรยาก มีการเคลื่อนที่และจำนวนอสุจิเพิ่มขึ้น ส่วนในสัตว์ทดลองพบว่าเมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอทานอลจากหมามุ่ยความเข้มข้น 200 มก./กก. วันละครั้ง เป็นเวลา 21-45 วัน จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของหนูแรท การทดสอบความเป็นพิษพบว่า สารสกัดเมล็ดด้วยน้ำเป็นพิษ เมื่อผสมในอาหารให้หนูขาวกิน โดยทำให้หนูขาวน้ำหนักตัวลดลง
               งานวิจัยในคนข้างต้นเป็นการศึกษาในต่างประเทศ ส่วนในประเทศไทย พบว่า เภสัชกรหญิงสุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าเภสัชกร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี กำลังเก็บข้อมูลศึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์จากเมล็ดหมามุ่ยในด้านกินบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ตามที่มีการเผยแพร่ในเอกสารวิชาการของประเทศอินเดีย ทั้งนี้ในหมามุ่ยมีสารที่ชื่อว่า แอลโดปาร์(L-Dopa) หมอพื้นบ้านของไทยมีการใช้เมล็ดหมามุ่ยเป็นยาเพิ่มพลังทางเพศชายมานานแล้ว ได้มีการทดลองกับผู้มีบุตรยากที่เกิดจากมีสเปิร์มต่ำ โดยการกินมี 2 วิธี คือ เอาเมล็ดไปคั่ว หรือเอาไปนึ่งกิน วันละไม่เกิน 5 กรัม ทั้งนี้การศึกษาฤทธิ์ของหมามุ่ยในประเทศ ด้านกินบำรุงกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาจึงไม่สามารถยืนยันผลเรื่องการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ ถ้าต้องการซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้ควรเลือกซื้อในแหล่งที่เชื่อถือได้

สมุนไพรที่มีรายงานว่ามีฤทธิ์เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

สมุนไพรที่มีรายงานว่ามีฤทธิ์เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย testosterone ในสัตว์ทดลอง ได้แก่ มะระขี้นก เกากี่ฉ่าย ผักปลังขาว ตำลึง เป็นต้น 

ส่วนสมุนไพรที่มีการศึกษาทางคลินิกโดยพบว่ามีผลทำให้พฤติกรรมทางเพศดีขึ้น หรือมีผลเพิ่มฮอร์โมน testosterone ได้แก่ ปลาไหลเผือก โสมเกาหลี แป๊ะก๊วย หญ้าฝรั่น ทับทิม กวาวเครือแดง เห็ดหลินจือ หนามกระสุน และหอมหัวใหญ่ 

ซึ่งส่วนใหญ่รายงานว่าใช้ได้ผลดี แต่เนื่องจากงานวิจัยยังมีน้อย ทำให้ยังขาดเรื่องขนาดและวิธีการรับประทานที่เหมาะสม รวมทั้งเรื่องความปลอดภัยด้วย

โดยส่วนใหญ่สมุนไพรที่มีฤทธิ์เสริมสมรรถภาพทางเพศจะออกฤทธิ์คล้ายๆ กันคือไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศ และออกฤทธิ์เพิ่มสาร nitric oxide เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย (testosterone)  ยกตัวอย่างเช่น
               ต้นกระชายดำ เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่าออกฤทธิ์โดยการไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศผู้ของสัตว์ทดลอง ทำให้แข็งตัว

               ต้นโสมเกาหลี เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลองเช่นกัน พบว่าออกฤทธิ์โดยไปเพิ่มปริมาณของสาร nitric oxide ส่งผลยับยั้งการเคลื่อนที่ของแคลเซียมไม่ให้เข้าสู่เซลล์ แล้วมีผลให้อวัยวะเพศแข็งตัว เป็นต้น

กวาวเครือแดง

จากการสืบค้นงานวิจัยพบว่ากวาวเครือแดงออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศชาย (Androgenic effect) ในการทดลองทางคลินิก เมื่อให้อาสาสมัครเพศชายที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศรับประทานแคปซูผงกวาวเครือแดง 2 แคปซูล/วัน ในช่วง 4 วันแรก หลังจากนั้นรับประทาน 4 แคปซูล/วัน จนครบ 3 เดือน พบว่าอาสาสมัครมีอาการดีขึ้น ส่วนการทดสอบความเป็นพิษของกวาวเครือแดงนั้น มีการทดลองในหนูแรทเพศผู้ไม่พบความเป็นพิษ และยังไม่พบรายงานความเป็นพิษในคน 

ถั่งเช่า

 ตังถั่งเฉ่า หรือ ถั่งเช่า เป็นเห็ดรา ชื่อ Cordyceps sinensis  ที่ขึ้นอยู่บนซากของหนอนผีเสื้อชนิดหนึ่ง ในสรรพคุณทางยาจีน จะใช้เป็นยาบำรุงที่ฤทธิ์ไม่ร้อน มีสรรพคุณ บำรุงไต ปอด อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ปวดหลัง เป็นต้น ข้อมูลวิจัยพบว่ามีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยับยั้งเซลส์มะเร็งในหลอดทดลอง มีการใช้ในประเทศจีนในผู้ป่วยมะเร็งพบว่าจะช่วยเรื่องภูมิคุ้นกันของร่างกาย และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้





รายงานวิจัยพบว่ากวาวเครือ

รายงานวิจัยพบว่ากวาวเครือขาวออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง (estrogenic effect) ส่วนกวาวเครือแดง ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศชาย (androgenic effect) 

ขนาดที่ใช้รับประทาน หากใช้ตามตำรายาแผนโบราณ จะใช้หัวกวาวเครือขาวบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง 1 ต่ อ1 รับประทานวันละ 1 เม็ด ขนาดเท่าเม็ดพริกไทย ส่วนกวาวเครือแดง ให้รับประทานวันละ 2 ใน 3 ส่วน ของขนาดเม็ดพริกไทย 

ในการทดลองทางคลินิกเมื่อให้สตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ รับประทานสารไมโรเอสตรอลจากกวาวเครือขาว วันละ 1 มก. 6 ครั้ง และวันละ 5 มก. 6 ครั้ง 

พบว่ามีฤทธิ์เป็นเอสโตรเจนอย่างแรง ซึ่งเห็นผล 2-3 สัปดาห์หลังจากเริ่มให้ยา หรือเมื่อให้ผงกวาวเครือขาว ขนาด 10-600 มก. แก่อาสาสมัครผู้หญิงชาวญี่ปุ่น พบว่าทำให้ทรวงอกใหญ่ขึ้น จำนวนร้อยละ 72


               ส่วนการทดลองทางคลินิกของกวาวเครือแดง เมื่อให้อาสมัครชายที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ รับประทานแคปซูลผงกวาวเครือแดง 2 แคปซูล/วัน ในช่วง 4 วันแรก และ 4 แคปซูล/วัน จนครบ 3 เดิอน พบว่ามีอาการดีขึ้น




วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง โรคเลือดข้นและเลือดหนืด และวิธีรักษาการปฏิบัติตัว

โรคเลือดข้น (Polycythemia) คือ ภาวะที่ไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดในจำนวนที่มากผิดปกติ ทำให้เลือดข้นขึ้น ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย และทำให้ผู้ป่วยหน้าแดง มือและเท้าแดง ความดันโลหิตสูง เลือดกำเดาไหล ฟกช้ำ เป็นต้น ผู้ที่มีภาวะเลือดข้นในระดับที่ไม่รุนแรงหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาตามกำหนด จนสามารถควบคุมอาการได้แล้วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนและผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

อาการของเลือดข้น
ผู้ที่มีภาวะเลือดข้นในระดับที่ไม่รุนแรงจะมีอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ ตาพร่า หน้าแดง มือและเท้าแดง อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง รู้สึกไม่สบายท้อง เลือดกำเดาไหล ฟกช้ำ มีอาการของโรคเกาต์ เช่น มีอาการปวดและบวมตามข้อ หรือคันตามผิวหนังโดยเฉพาะหลังอาบน้ำ เป็นต้น ภาวะเลือดข้นอาจจะส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต และมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรือโรคหลอดเลือดสมองได้

ควรไปพบแพทย์โดยด่วนหากพบอาการวิงเวียนศีรษะ หายใจหอบ ไอเป็นเลือด เป็นลม เจ็บหน้าอกหรือมีอาการปวด บวม แดง หรือกดแล้วเจ็บบริเวณขาข้างที่มีลิ่มเลือด เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการของภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis: DVT) บริเวณขา ก่อนที่จะเกิดการอุดตันในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

เห็ดกระถินพิมานรักษามะเร็ง

พ่นควันไล่ผึ้ง

โกฏจุฬาลัมพาแห้ง